อินทผลัมไทยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
อินทผาลัมไทย @ โซเชียลเน็ตเวิร์ค
        
     อินทผาลัมเพาะเนื้อเนื้อแท้สายพันธุ์  Barhee/Barhi/Barhy   สายพันธุ์เหลือง

     ชื่อสายพันธุ์มาจากลมร้อนที่ทำให้มันสุก (name after a hot wind supposed to ripen it) อินทผลัมพันธุ์นี้มีต้นกำเนิด ทางตอนใต้ของประเทศ อีรักได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะให้ผลผลิตดกถึง 200-300 กิโล/ต้น ถ้าการจัดการต้นอินทผลัมสมบูรณ์ และเป็นพันธุ์ที่สามารถกินสดได้เนื่องด้วยมีปริมาณเทนนินอยู่น้อยมาก สีของผลอินทผาลัมพันธุ์บาฮีนั้น สีเหลืองทอง รูปทรงค่อนข้างกลม. น้ำหนักหนักโดยเฉลี่ยของอินทผลัมพันธุ์คือ 10.5 g ขนาดของโดยเฉลี่ยของอินทผลัมพันธุ์นี้คือ 2.9 x 2.3 ซม. ความหนาเนื้อโดยเฉลี่ยของอินทผลัมพันธุ์นี้คือ 10.7 cm. อินทผลัมบาฮีนั้นเป็นพันธุ์ที่โตช้ากว่าอินทผลัมพันธุ์อื่นๆ อินทผลัมบาฮีนั้นเป็นพันธุ์ที่ทางใบยาว 3.75-4 ม. ฉะนั้นระยะปลูกของอินทผลัมพันธุ์นี้ควรจะอยู่ที่ 8x8 เป็นอย่างน้อย..

     ปัจจุบันอินทผลัม บาฮี ได้ถูกนำไปปลูกในทวีปต่างๆทั่วโลกทั้งตะวันออกกลาง,อินเดีย เอฟริกา เพราะอเมริกาได้นำเข้าสายพันธุ์นี้ไปปลูกใน California ตั้งแต่ปี 1912-1913 และทำตลาดไว้จนเป็นที่ยอมรับในรสชาติจากคนทั่วโลก สำหรับประเทศไทย อินทผลัมพันธุ์นี้น่าจะสุกช่วงปลายกรกฎาคม-กลางสิงหาคม ทำให้อินทผลัมพันธุ์นี้ไม่ค่อยเหมาะที่จะนำไปทำผลแห้งเพราะเป็นช่วงฤดูฝนซึ่งจะทำให้อินทผลัมพันธุ์นี้เน่าเสียได้ง่าย
     อินทผาลัมเพาะเนื้อเนื้อแท้สายพันธุ์  Ajwah/Ajwa

    อินทผาลัมพันธุ์ Ajwa นี้นั้นมีแหล่งกำเนิดในประเทศซาอุดิอาราเบีย เป็นอินทผลัมเก่าแก่พันธุ์หนึ่งของโลกซึ่งยังคงมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ในคำภีร์อัลกุรอาน ได้มีการกล่าวถึงอินทผลัมพันธุ์นี้ไว้ว่า ใครผู้ใดที่ได้กินอินทผลัม Ajwa 7 เมล็ดในตอนเช้านั้น ผู้นั้นจะได้รับพรจากอัลเลาะห์  ให้ปราศจากเพศภัยทั้งปวง ทั้งวัน จึงทำให้อินทผาลัมพันุ์นี้มีความต้องการสูงจากมุสลิมทั่วโลก

    สายพันธุ์นี้สีผลในช่วงผลแก่สีแดงและมีลายเฉพาะตัวที่ก้น อินทผลัมพันธุ์นี้ยังมีรสชาติเฉพาะตัวอีกด้วยโดยเนื้อจะเหนียว นุ่ม ไม่หวานมาก กลิ่นน้ำตาลไหม้เล็กๆ ทำให้กินแล้วไม่เลี่ยน อินทผลัมพันธุ์นี้สามารถให้ผลผลิตดกพันธุ์หนึ่ง อยู่ที่  60-80 Kg แห้ง/ต้น ถ้ามีการจัดการต้นอินทผลัม ที่สมบูรณ์
ข้อมูลอินทผาลัมจาก หนังสือ The date palm และการไปดูงานเรื่องอินทผาลัมของผู้เขียนในต่างประเทศ
     อินทผาลัมเพาะเนื้อเนื้อแท้สายพันธุ์  Khalas/Khalasa/Khalash สายพันธุ์เหลือง

    อินทผลัมสายพันธุ์นี้นั้นเป็นที่ยอมรับกันอย่างมากในตะวันออกกลางและคนตะวันออกกลางนั้นให้สมยานามว่า เป็นอินทผลัมสายพันธุ์ที่อร่อยที่สุด อินทผลัมสายพันธุ์ Khalas นั้นสามารถกินได้ทั้งสุก-ครึ่งลูกตั้งแต่ประมาณ 30%ขึ้นไป และแห้ง เมื่อตอนอินทผลัมสายพันธุ์นี้แห้งจะมีรสชาติหวานมาก ที่ UAE นิยมนำอินทผลัมสายพันธุ์นี้มาทำไซรับอินทผลัมสายพันธุ์นี้นั้นเป็นอินทผลัมอีกสายพันธุ์หนึ่งซึ่งมีปริมาณการซื้อขายทั่วโลกสูง สีของผลอินทผลัมพันธุ์คาลาสนั้น สีเหลืองทอง รูปทรงค่อนข้างยาววงรี น้ำหนักหนักโดยเฉลี่ยของอินทผลัมพันธุ์นี้ประมาณ 7.5 กรัม ขนาดของโดยเฉลี่ยของอินทผลัมพันธุ์นี้ 3.5x2.0 ซม.

    สำหรับประเทศไทย อินทผลัมพันธุ์นี้น่าจะสุกช่วงปลายกรกฎาคม-ต้นสิงหาคม อินทผาลัมพันธุ์นี้สามารถให้ผลผลิตที่ 100-150 Kg/ต้น  ถ้ามีการจัดการต้นอินทผลัมที่สมบูรณ์

     อินทผลัมเพาะเนื้อเนื้อแท้สายพันธุ์  Lulu

    อินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นอินทผลัมที่มีแหล่งกำเนิดอยู่ในประเทศ UAE อินทผลัมพันธุ์นี้สีเหลือง ลูกขนาดกลาง รสชาติหวาน อินทผลัมพันธุ์นี้สามารถให้ผลผลิตดกพันธุ์หนึ่งอยู่ที่ 60-80 Kg. แห้ง/ต้น ถ้ามีการจัดการต้นอินทผาลัมที่สมบูรณ์


    อินทผาลัมเพาะเนื้อเนื้อแท้สายพันธุ์  ANBARAH

    อินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นอินทผลัมที่ลูกใหญ่มากๆพันธุ์หนึ่งเลยซึ่งถ้าเรานำมาเรียงต่อกันแล้วอินทผาลัมพันธุ์นี้สามารถพูดได้ว่าเป็นอินทผาลัม แบบ 7 เมล็ดศอกอีกพันธุ์หนึ่ง
อินทผลัมพันธุ์นี้เป็นอินทผลัมพันธุ์ที่จะต้องกินในช่วงที่สุกเกินครึ่งลูกไปแล้ว หรือกินแห้ง เพราะอินทผาลัมพันธุ์นี้นั้นฝาด ผลสีของอินทผาลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นสีแดงสด รูปทรงค่อนข้างยาว-ใหญ่ ขนาดของผลโดยเฉลี่ยของอินทผาลัมพันธุ์นี้คือ 5.8x3.3 ซม. น้ำหนักโดยเฉลี่ยของอินทผาลัมพันธุ์นี้คือ 29 ซม.

     สำหรับประเทศไทย อินทผาลัมพันธุ์นี้น่าจะสุกช่วงปลายสิงหาคม-กันยายน แต่เนื่องด้วยอินทผลัมพันธ์นี้เป็นเป็นอินทผลัมพันธุ์ลูกใหญ่และต้องการ Heat unit สูง อินทผลัมพันธุ์นี้จึงมีผลกับจังหวัดที่ฝนตกน้อย

     อินทผลัมเพาะเนื้อเนื้อแท้สายพันธุ์  Sultana

    อินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นอินทผลัมที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศซาอุดิอาราเบีย อินทผลัมพันธุ์หนึ่งที่สามารถกินได้ตั้งแต่เมื่อสุกครึ่งลูกขึ้นไป หรือกินแห้ง..ตอนกินสุกครึ่งลูกจะรู้สึกกัดที่เต็มปากเต็มคำเพราะเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ลูกใหญ่มาก ผลสีของอินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นสีเหลือง รูปทรงค่อนข้างยาว อ้วน ใหญ่ น้ำหนักหนักโดยเฉลี่ยของอินทผาลัมพันธุ์คือ 22 กรัม ขนาดของโดยเฉลี่ยของผลอินทผลัมพันธุ์นี้คือ 5.5x2.8 ซม. 

    สำหรับประเทศไทย อินทผลัมพันธุ์นี้จะสุกประมาณปลายสิงหาคม เนื่องด้วยอินทผลัมแห้งกลาง-ท้ายฤดู อินทผลัมพันธุ์ต้นี้จึงเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่น่าจะสามารถปลูกได้แค่บางพื้นที่ของไทย
อินทผลัมพันธุ์นี้สามารถให้ผลผลิตดกพันธุ์หนึ่ง อยู่ที่ 80-100 Kg. แห้ง /ต้น ถ้ามีการจัดการต้นอินทผลัมที่สมบูรณ์

     อินทผลัมเพาะเนื้อเนื้อแท้สายพันธุ์ Shi shi

    อินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นอินทผลัมที่มีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศซาอุดิอาราเบีย เจ้าผู้ครองคนหนึ่งใน UAE ชอบพันธุ์นี้เป็นพิเศษถึงกับสั่งตัดพันธุ์อื่นทิ้งแล้วปลูกอินทผลัมพันธุ์นี้แทน ผลสีของอินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นสีเหลือง เมื่อแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีอำพัน น่ากิน หวานมัน ไม่หวาน แหลมเหมือน คาลาส สำคัญที่สุดคืออินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นพันธุ์ที่โตไวพันธุ์หนึ่ง ต้นอวบใหญ่

    สำหรับประเทศไทย อินทผลัมพันธุ์นี้จะสุกช่วงปลายสิงหา  เนื่องด้วยอินทผลัมพันธ์นี้เป็นอินทาลัมพันธุ์แห้งกลางฤดูทำให้ อาจจะเกิดความเสียหายจากความชื้นสัมพันธ์ และฝนได้อินทผลัมพันธุ์นี้สามารถให้ผลผลิตดกพันธุ์หนึ่งอยู่ที่ 80-100 Kg. แห้ง/ต้น ถ้ามีการจัดการต้นอินทผลัมที่สมบูรณ์

     อินทผลัมเพาะเนื้อเนื้อแท้สายพันธุ์ Zamli

    อินทผลัมพันธุ์นี้เป็นอินทผลัมที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศซาอุดิอาราเบีย เป็นอินทผลัมทีคุณภาพดีอีกสายพันธุ์หนึ่ง สามารถปลูกได้ในพื้นที่ที่ปลูกพันธุ์บาฮี แต่สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่กันดารได้ดีกว่า การผสมเกษรติดง่ายกว่ามีขนาดผลใหญ่กว่าบาฮี นอกจากนี้ Zamli ในระยะ Rutabs จะเก็บรักษาได้นานกว่าเนื่องจากเมื่อแช่ในตู้เย็นจะไม่เปลี่ยนสีและความตึงของผิวทำให้เก็บไว้ได้นาน ผลสีของอินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นสีเหลือง อินทาลัม Zamli นั้นเป็นพันธุ์ที่โตไวพันธุ์หนึ่ง โคนต้นใหญ่ และแข็งแรงมาก

     อินทผลัมเพาะเนื้อเนื้อแท้สายพันธุ์  Nabut saif

    อินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นอินทผาลัมที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศซาอุดิอาราเบีย อินทผลัมพันธุ์นี้เป็นอินทผลัมพันธุ์แห้ง ซึ่งเป็นที่นิยมในแถบตะวันออกกลาง รสชาติหวานแหลมเหมาะสำหรับคนชอบหวาน และเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่นิยมถูกนำไปทำเป็นไซรับ อินทผลัมพันธุ์นี้สามารถให้ผลผลิตดกพันธุ์หนึ่ง อยู่ที่ 60-80 Kg. แห้ง/ต้น ถ้ามีการจัดการต้นอินทผลัมที่สมบูรณ์

     อินทผลัมเพาะเนื้อเนื้อแท้สายพันธุ์  Konaisy

    อินทผลัมพันธุ์โคนัยซี่นั้นเป็นอินทผลัมที่นิยมปลุกและเป็นอินทผลัมที่มีการค้าขายในตลาดโลกมากพันธุ์หนึ่ง เพราะสามารถรับประทานได้ตั้งแต่เริ่มแก่จัดและแห้ง เพราะเป็นอินทผาลัมพันธุ์ที่มีปริมาณเทนนินน้อยมากพันธุ์หนึ่ง รสชาติของอินทผลัมสายพันธุ์นี้นั้นไม่หวานมาก ค่อนไปทางหวานมัน เมื่อแห้งจะมีเนื้อสัมผัสของอินทผลัมในแบบเฉพาะตัว ผลสีของอินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นสีแดงเข้มเมื่อเข้าสี และอินทผลัมพันธุ์นี้จะเปลียนเป็นสีดำเมื่อเริ่มสุก อินทผลัมพันธุ์นี้สามารถให้ผลผลิตดกพันธุ์หนึ่ง อยู่ที่ 80-120 Kg. ต้น ถ้ามีการจัดการต้นอินทผลัม ที่สมบูรณ์ ราคาขายอินทผลัมสายพันธุ์นี้ในตลาดโลกอยู่ที่ 150-250 บาท/กิโล

     อินทผลัมเพาะเนื้อเนื้อแท้สายพันธุ์  Konaisy

    อินทผลัมพันธุ์โคนัยซี่นั้นเป็นอินทผลัมที่นิยมปลุกและเป็นอินทผลัมที่มีการค้าขายในตลาดโลกมากพันธุ์หนึ่ง เพราะสามารถรับประทานได้ตั้งแต่เริ่มแก่จัดและแห้ง เพราะเป็นอินทผาลัมพันธุ์ที่มีปริมาณเทนนินน้อยมากพันธุ์หนึ่ง รสชาติของอินทผลัมสายพันธุ์นี้นั้นไม่หวานมาก ค่อนไปทางหวานมัน เมื่อแห้งจะมีเนื้อสัมผัสของอินทผลัมในแบบเฉพาะตัว ผลสีของอินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นสีแดงเข้มเมื่อเข้าสี และอินทผลัมพันธุ์นี้จะเปลียนเป็นสีดำเมื่อเริ่มสุก อินทผลัมพันธุ์นี้สามารถให้ผลผลิตดกพันธุ์หนึ่ง อยู่ที่ 80-120 Kg. ต้น ถ้ามีการจัดการต้นอินทผลัม ที่สมบูรณ์ ราคาขายอินทผลัมสายพันธุ์นี้ในตลาดโลกอยู่ที่ 150-250 บาท/กิโล

     อินทผาลัมเพาะเนื้อเยื่อสายพันธุ์  Hayany

    ชื่อของอินทผลัมพันธุ์นี้ได้มาจาก ชื่อของคนๆหนึ่งในประเทศอียิปต์ อินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นอินทผาลัมที่นิยมปลุกมากในประเทศอียิปต์ ซึ่งมีอินทผาลัมพันธุ์นี้เกือบ 3,000,000 ต้น อินทผลัมพันธุ์นี้เป็น อินทผลัมพันธุ์ที่จะเก็บช่วง Khallal เพราะเป็นอินทผลัมพันธุ์หนึ่งที่สามารถอยุ่ในฟรีสเซอร์ได้นานแต่ส่วนใหญ่จะกินนิยมกินที่ Rutub รสชาติของอินทผลัมพันธุ์นี้จะหวานน้อย ผลสีของอินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นสีแดงสด รูปทรงค่อนข้างยาววงรี น้ำหนักหนักโดยเฉลี่ยของอินทผลัมพันธุ์นี้คือ 21 g. ขนาดของโดยเฉลี่ยของอินทผลัมพันธุ์นี้คือ 5.6x2.6 ซม. อินทผลัมฮายานี่นั้นเป็นพันธุ์ที่โตไวพันธุ์หนึ่ง อินทผลัมสายพันธุ์ฮายานีนั้นเป็นอินทผลัมที่มีทางใบยาวกว่า 5 เมตร ฉะนั้นระยะการปลูกควรจะเป็น 8.5x8.5 เป็นอย่างน้อย

    สำหรับประเทศไทย อินทผลัมพันธุ์นี้น่าจะสุกช่วงกลางกรกฎาคม เนื่องด้วยอินทผลัมพันธ์นี้เป็นอินทผลัมพันธุ์ต้นฤดูซึ่งทำให้ลดโอกาสความเสียหายจากความชื้นได้ อินทผลัมพันธุ์นี้สามารถให้ผลผลิตดกพันธุ์หนึ่งอยู่ที่ 150-200 Kg./ต้น ถ้ามีการจัดการต้นอินทผลัมที่สมบูรณ์

     อินทผาลัมเพาะเนื้อเนื้อแท้สายพันธุ์  Nawader

    อินทผาลัมพันธุ์ Nawader นั้นถูกพัฒนาและคัดเลือกสายพันธุ์ขึ้นโดยมหาวิทยาลัย UAE โดยพัฒนาสายพันธุ์มาจากพันธุ์ Khalas จึงมีรสชาติเหมือน Khalas แต่ลูกใหญ่ขึ้น ปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น จึงถูกเรียกว่า Super Khalas ผลสีของอินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นสีเหลือง 

     อินทผาลัมเพาะเนื้อเนื้อแท้สายพันธุ์  Medjool

    อินทผาลัมพันธุ์ Medjool นี้เป็นพันธุ์ที่ตลาดโลกต้องการเป็นอันดับต้นๆ เพราะสหรัฐอเมริกาได้นำเข้าอินทผาลัมสายพันธุ์นี้เข้าไปปลูกเป็นจำนวนมากตั้งแต่ปี 1912 และมีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นจนมีขนาดใหญ่กว่าพันธุ์ดั้งเดิม ผลพวงในการทำการตลาดของสหรัฐอเมริกาไปยังยุโรปและทั่วโลกทำให้อินทผาลัมสายพันุ์นี้โด่งดังเป็นอันมาก อินทผลัมพันธุ์นี้เป็น อินทผลัมพันธุ์ที่จะต้องกินแห้ง เพราะอินทผลัมพันธุ์นี้นั้นฝาดมาก ผลสีของอินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นสีเหลือง รูปทรงค่อนข้างกลมยาว อินทผลัมพันธุ์นี้สามารถให้ผลผลิตที่ 60-80 Kg. แห้ง/ต้น  ถ้ามีการจัดการต้นอินทผลัมที่สมบูรณ์

ราคาขายอินทผลัมสายพันธุ์นี้ในไทยอยู่ที่ 900-1,200 บาท/kg.
ราคาขายอินทผลัมสายพันธุ์นี้ในมาเลเซีย และอินโดนีเชียอยู่ที่ 700-900 บาท/กิโล
ราคาขายอินทผลัมสายพันธุ์นี้ในตลาดโลกอยู่ที่ 600-1300 บาท/กิโล

     อินทผลัมเพาะเนื้อเนื้อแท้สายพันธุ์  Um ed dahan

    อินทผลัมพันธุ์นี้มีแหล่งกำเนิดในประเทศอิรัก เป็นอินทผลัมทีคุณภาพดีอีกสายพันธุ์หนึ่ง ผลสีของอินทผลัมพันธุ์นี้นั้นเป็นสีเหลืองสดใส เมื่ออยู่ในระยะ tama จะมีสีเหลืองทอง ขนาดรูปร่างของผลจะมีสี่เหลี่ยมผืนผ้าผลขนาดกลาง อิทผลัมสายพันธุ์นี้จะคล้ายกับพันธุ์ Diglet noor ของตูนิเชีย อินทผลัมพันธุ์ Un ed dahan จะเนื้อนุ่มมีเส้นใยน้อย โด่งดังจากรสชาติทีเหมือนครีม เป็นพันธุ์ที่โตไวพันธุ์หนึ่ง โคนต้นใหญ่ แข็งแรงมาก

สายพันธุ์ของอินทผลัม/อินทผาลัม
เมนูหลัก
อินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
ที่อยู่: 44/1 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา
โทร: 085-389-4190, 089-980-5795 อีเมล์: intapalumthai@gmail.com
WEBSITE BY
สายพันธุ์ของอินทผาลัม